เรื่องน่ารู้ของ GAT ภาษาอังกฤษ เทคนิคที่ไม่เคยบอกใครที่ไหน!

สวัสดีค่ะน้องๆ หลังจากที่พี่แพรเห็นพี่ๆม.6 ผ่านสมรภูมิข้อสอบ GAT กันมาแล้ว พี่แพรก็ได้มามานั่งดูข้อสอบแบบละเอียดๆแล้ว อืม ยากใช้ได้เลยค่ะ
ด้วยเวลาที่จำกัดม๊ากๆๆๆ คือ หนึ่งชั่วโมงครึ่ง เท่านั้นเอง บางคนอาจตื่นสนามสอบ ตื่นข้อสอบ เลยอาจจะมีความกังวลบ้าง แต่ไม่เป็นไรค่ะ พี่แพรเข้าใจ เรามาลองๆทำความคุ้นเคยกับ GAT ภาษาอังกฤษกันหน่อยดีกว่า

 

GAT (General Aptitude Test) คือ แบบทดสอบความถนัดทั่วไปที่ใช้วัดศักยภาพในการศึกษาในระดับอุดมศึกษาให้ประสบความสำเร็จได้ แบบทดสอบจะแบ่งออกเป็นสองตอน คือ
1. ความสามารถในการอ่าน การเขียน การคิดวิเคราะห์ และการแก้ปัญหา (คะแนนเต็ม 150 คะแนน)
2. ความสามารถในการสื่อสารภาษาอังกฤษ (คะแนนเต็ม 150 คะแนน)
ในตอนที่สอง หรือ การวัดความสามารถในการสื่อสารภาษาอังกฤษ ในส่วนนี้จะมีข้อสอบ 60 ข้อ ข้อละ 2.5 คะแนน เนื้อหาในการสอบจะมีสี่ส่วนด้วยกัน นั่นคือ
1. Expression
ข้อสอบวัด Expression จะมาในรูปแบบของบทสนทนา (short dialoque) จะมีทั้งหมด 15 ข้อ มักเป็นบทสนทนาสั้นๆ และมีไม่เกิน 5 ข้อในแต่ละบทสนทนา ส่วนนี้ง่ายสุดค่ะขอบอก เพราะอะไรรู้มั๊ย เพราะว่าเราสามารถใช้ sense ของเราให้เป็นประโยชน์ อ๊ะๆๆๆ ไม่ใช่การเดานะคะอย่าเข้าใจผิด มันคือการเลือกคำตอบที่ควรตอบเมื่ออยู่ในสถานการณ์จริงยังไงล่ะคะ
ตรงนี้ถ้าใครได้สนทนากับอาจารย์ฝรั่งหรือเพื่อนฝรั่งบ่อยๆจะได้เปรียบค่ะ เพราะเราจะรู้สไตล์การพูด การตอบโต้ รวมถึงมารยาทต่างๆในการถามและตอบในสถานการณ์ต่างๆ เช่น ถ้าเพื่อนเราสอบผ่าน หรือได้รับรางวัล มารยาทของฝรั่งจะพูดกับเพื่อนว่ายังไงคะ ติ๊กตอกๆๆๆ
Congratulations!!! ไงล่ะคะ
2. Vocabulary
ข้อสอบวัดความสามารถทางคำศัพท์มีทั้งหมด 15 ข้อเช่นกันค่ะ ซึ่งจะแบ่งยิบย่อยลงไปอีก นั่นคือ 10 ข้อจะพูดถึง contex แล้วให้เราเลือกคำศัพท์ที่มีความหมายเหมาะสมกับ contex นั้นเติมลงไป ส่วนอีก 5 ข้อจะเป็นการเลือกคำศัพท์ที่มีความหมายเหมือนกับที่โจทย์ให้มา (synonyme) ตรงนี้พี่แพรขอบอกว่าต้องใช้ประสบการณ์การเจอคำศัพท์มานักต่อนักแล้วจะช่วยให้ข้อสอบส่วนนี้ง่ายขึ้นหลายเท่าตัวเลยค่ะ
การจำศัพท์ภาษาอังกฤษที่ง่ายที่สุดคือ การเจอมันบ่อยๆ แล้วๆๆเราจะเจอมันได้ยังไงล่ะ ก็ทำข้อสอบบ่อยๆไงคะ
จากบทความที่พี่แพรเขียนเกี่ยวกับการจดศัพท์ที่เราไม่รู้แบบซ้ำไปซ้ำมา จะทำให้เราจำศัพท์ได้แบบไม่รู้ตัวเลย อันนี้ลองไปหาอ่านย้อนหลังกันนะคะ

myhc_42075

3. Reading
ในส่วนของการอ่าน จะมีทั้งหมด 15 ข้อค่ะ การฝึกฝนด้วยตนเองคืด การขวนขวายหาบทความมาอ่าน เช่น การอ่านหนังสือพิมพ์ภาษาอังกฤษ วารสาร หนังสือเรียน (text book) Magazine หรือบทความทางอินเทอร์เนตที่เราชอบก็ได้ เริ่มจากการอ่านสิ่งที่เราชอบจะช่วยได้มากค่ะ เพราะพี่แพรเข้าใจว่าการเริ่มต้นอ่านสิ่งที่ชอบ แม้ว่าจะแปลออกบ้างไม่ออกบ้าง เราก็จะมีความพยายาม แต่ถ้าหากไปเริ่มอ่านสิ่งที่ไม่ชอบแล้ว แรงผลักดันในการอ่านจะลดน้อยลงไปเลยค่ะ
ในข้อสอบ GAT ภาษาอังกฤษ จะมีบทความไม่่เกิน 3 บทความค่ะ แต่ละบทความก็มีจำนวนข้อไม่เกิน 5 ข้อ แต่รู้อะไรมั๊ย ข้อสอบส่วนนี้จะเป็นส่วนที่เด็กกังวลมากที่สุด และใช้เวลากับมันมากที่สุดด้วย เพราะกลัวแปลไม่ออก เลยใช้เวลากับส่วนนี้มากๆ แต่พี่แพรบอกเลยค่ะว่าไม่จำเป็น เราสามารถใช้เทคนิคการอ่านแบบรวดเร็ว และจับใจความสำคัญ และจับเฉพาะคำตอบที่โจทย์ถามได้ค่ะ ด้วยการอ่านโจทย์ก่อนหนึ่งรอบ แล้วมาอ่านบทความเพื่อจับใจความสำคัญหนึ่งรอบ (แบบรวดเร็ว) และสุดท้าย มองหาคำตอบที่โจทย์ถาม (ด้วยความรวดเร็วเช่นกัน) แบบรับรองว่าแม่น เลือกข้อที่ถูกต้อง และยังประหยัดเวลาไปการทำข้อสอบส่วนอื่นๆเพิ่มอีกค่ะ
4. Structure And Writing
ข้อสอบส่วนนี้มีทั้งหมด 15 ข้อ ถูกแบ่งยิบย่อยไปอีก 3 ส่วนด้วยกันคือ Error Identification 5 ข้อ Cloze Test 5 ข้อ และ Paragraph Writing 5 ข้อ
การทำข้อสอบเรื่อง Error Identification บอกเลยต้องแม่น Grammar ใครแม่นแกรมม่าถือว่าชนะในส่วนนี้ แกรมม่าในภาษาอังกฤษจริงๆไม่มีอะไรมากค่ะ ถ้าเราย้อนกลับไปดูเรื่องของ Part of Speech ให้แม่นๆแล้วล่ะก็ ฟันคะแนนส่วนนี้ไปเลย (ลองกลับไปอ่านบทความ Part of Speech ที่พี่แพรเขียนไว้ได้ค่ะ)
Cloze Test ส่วนนี้ต้องรู้ศัพท์ และแกรมม่าเพื่อช่วยนิดหน่อย เคล็ดลับก็เหมือนๆที่เขียนไว้ข้างต้นค่ะ คือ การทำข้อสอบบ่อยๆ และการจดศัพท์อยู่สม่ำเสมอ นอกจากนี้ยังต้องอ่านบทความภาษาอังกฤษบ่อยๆด้วยค่ะ เพราะคนออกข้อสอบก็จะไปเอาบทความมาแล้วให้เราเลือกคำศัพท์เติมลงไป ถ้าเป็นบทความเกี่ยวกับเศรษฐกิจ คนที่เคยอ่านเรื่องเศรษฐกิจมาบ้าง ก็จะพอรู้ศัพท์ที่ใช้ในวงการเศรษฐกิจค่ะ
Paragraph Writing ต้องอ่านย่อหน้าที่กำหนดให้ แล้วเลือกคำตอบที่ถูกต้อง และเหมาะสมที่สุดเติมลงไป ตรงนี้เราต้องมีความรู้เรื่องโครงสร้างการเขียนย่อหน้ามาประมาณหนึ่ง เราจึงจะเลือกใช้คำเชื่อม (conjuntion) ที่เหมาะสมได้ ส่วนการจับใจความก็ยังได้ใช้อยู่ในส่วนนี้ นอกจากนี้เรายังต้องดูว่าสรุปของย่อหน้านี้ดีพอหรือเปล่า หรือเราสามารถเพิ่มอะไรให้ paragraph นี้สมบูรณ์ยิ่งขึ้น
อ่านมาถึงตรงนี้อย่าเพิ่งกลัวข้อสอบ GAT ภาษาอังกฤษกันจนวิ่งหนีเตลิดเปิดเปิงนะคะ ฮ่าๆ ข้อสอบมันไม่น่ากลัวและยากอย่างที่คิด ถ้าเราฝึกฝนบ่อยๆ เราสามารถทำได้แน่นอน และต่อไป ไม่ว่าข้อสอบภาษาอังกฤษไหน เราก็ไม่กลัว จริงมั๊ยคะ?
หวังว่าจะเป็นประโยชน์แก่น้องๆนะคะ

 

พี่แพร
Great Chula Tutor
TEL: 088-562-0828
Line ID: greatchulatutor
Website: www.greatchulatutor.com
Share Button
ContactUs.com